Ps. แฟนฟิคต่อไปนี้เป็นเรื่องแต่งขึ้นทั้งเพ มีอ้างอิงขึ้นจากในเนื้อหาของพี่ซินอยู่นิดน้อยแต่ก็ขอความกรุณาติชมด้วยนะคะ แสงตะวันเรืองรองในบ่ายยามโผล้เผล้ กลิ่นอายแห่งฤดูหนาวสร้างอากาศให้เย็นขึ้นนิดหน่อยสำหรับเด็กชาย ทว่ายิ่งนานปีความร้อนของโลกก็จะมีมากขึ้น ฤดูหนาวในปีนี้ก็คงไม่ต่างจากฤดูร้อนของเมื่อหลายสิบปีก่อนเท่าไหร่นัก ถึงแม้ว่ารอบบ้านของเขาจะปลูกต้นไม้ไว้มากมายก็ตามที
รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าที่ดูน่ารัก ดวงตาสีดำสนิทรับกับเรือนผมสีรัตติกาลทำให้สูรย์ดูโดดเด่นในหมู่เด็กวัยเดียวกัน และเป็นที่รักและเอ็นดูสำหรับผู้หลักผู้ใหญ่
เด็กชายลุกขึ้นครั้นเมื่อเสร็จจากงานที่ทำ สองมือเปรอะเปื้อนดินสกปรกทว่าเขาก็ไม่แยแส
เท่านี้ก็เรียบร้อย สูรย์เอ่ยกับตนเองพลางมองผลงาน
ต้นแสงจันทร์ถูกแยกออกจากกระถางอันเล็กแล้วฝังลงไปในดินอันชุ่มช่ำ เด็กชายจัดการรดน้ำด้วยบัวรดน้ำซึ่งหนักแสนหนักสำหรับเด็กอายุแปดปีอย่างเขา ใบสีเขียวนวลเบ่งบานดื่มด่ำน้ำอันเป็นอาหารทิพย์อย่างเต็มที่ สูรย์อดคิดไม่ได้ว่าหากเขาดูแลมันเช่นนี้ทุกวัน มันอาจจะเติบโตออกดอกออกผลได้เร็วกว่าปกติ
เด็กชายนั่งลงตามเดิม เขาทอดมองผลงานของตนอย่างเพลิดเพลิน แม่เคยบอกไว้ว่าเด็กๆสามารถพูดคุยกับแมลงหรือต้นไม้ได้ เพราะจิตใจของพวกเขาบริสุทธิ์และไม่มีพิศภัยแก่ธรรมชาติ ขณะที่เมื่อโตขึ้นสมองก็เริ่มทำงานมากขึ้น ความคิดสกปรกมากมายเริ่มแทรกซึมและถ่ายทอดจากสภาพแวดล้อม ผู้ใหญ่ทุกคนจึงลืมเลือนกับนิทานหรือเรื่องเหลวไหล
กินอิ่มหรือยัง สูรย์ถามเจ้าต้นไม้สีเหลืองเขียว จะเติมอีกก็ได้นะ แม่คงไม่ว่าถ้าฉันจะเติมน้ำให้แกอีกสักหน่อย แกจะได้ออกดอกให้ฉันดูไวๆ
คงอิ่มจนจะอ้วกแล้วล่ะ นายเล่นรดมันซะทั้งบัวรดน้ำเลยไม่ใช่เหรอ
เด็กชายสะดุ้งเล็กน้อย ตรงที่เขาอยู่นี้คือสวนส่วนตัวที่มีเขากับแม่เท่านั้นจะเข้ามาได้ และเสียงหวานฟังรื่นหูแต่น้ำคำประชดประชันนั้นก็เล็กเกินกว่าจะเป็นเสียงของแม่
สูรย์หันไปมอง โผลงลุกขึ้นอย่างตื่นกลัว ก่อนสบกับดวงตากลมโตของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง
เธอเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆที่ดูอายุจะไม่ห่างจากเขามากนัก ใบหน้าโค้งมนดูนุ่มนวลน่าทะนุถนอม ริมฝีปากสีชมพูระเรื่อเชิดขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาหรี่ลงข้างหนึ่ง กำลังพิจารนาหน้าของของเขาอย่างละเอียด
นายเป็นใคร มาทำอะไรที่บ้านของญาติฉัน
ทั้งที่คำถามนั้นควรจะเป็นของเขามากกว่า สูรย์รู้สึกขบขำคนแย่งประโยคตรงหน้า
มีอะไรน่าหัวเราะยะ เธอว่า ตอบคำถามมาเดี๋ยวนี้นะ
ฉันชื่อสูรย์ เด็กชายหยุดหัวเราะ เธอล่ะ
มาทำอะไรที่บ้านญาติของเธอ
เมื่อสินคำแนะนำและคำไต่ถาม เด็กหญิงเชิดใบหน้าขึ้นสูง สองมือเท้าสะเอวราวกับวางอำนาจให้ใหญ่โตกว่า แม้ว่าเขาจะสูงกว่าเธออยู่มากก็ตาม
ฉันชื่ออโณทัย มาเดินเล่นแถวนี้ เธอตอบ ในบ้านพวกผู้ใหญ่คุยกัน ฉันไม่อยากเข้าไปยุ่งเท่าไหร่
เป็นเด็กก็ต้องอยู่ส่วนเด็ก เรื่องของผู้ใหญ่เราไม่ควรยุ่งใช่ไหมล่ะ สูรย์แอบเหน็บ ประโยคนี้คนในบ้านของเขามักยกขึ้นมาพูดอยู่บ่อยๆ
มันก็ถูก แต่ฉันไม่อยากยุ่งอยู่แล้วล่ะ ถึงฉันจะไม่ใช่เด็กแล้วก็เถอะ
ไม่ใช่เด็กเหรอ? สูรย์ทวนเสียงสูง ดวงตาทั้งคู่ฉายความสงสัย เธอไม่ใช่เด็กแล้วจริงเหรอ
ก็ใช่น่ะสิ! อโณทัยกรีดเสียงราวกับไม่พอใจเป็นอย่างมาก ฉันอายุครบแปดปีแล้ว ถึงจะตัวเล็กแต่สติปัญญาของฉันน่ะก้าวไกลกว่านายหลายเท่าเชียวนะจะบอกให้!
หือ? เด็กชายเลิกคิ้วสูง รู้สึกอยากแกล้งคนอวดดีที่เพิ่งรู้จักไม่นานตรงหน้าเหลือเกิน แปดขวบก็ถือว่าเป็นผู้ใหญ่แล้วเหรอ
สำหรับฉันน่ะใช่ แต่สำหรับนาย ต่อให้สิบปียี่สิบปีก็ยังเด็กอยู่นั่นแหละ
งั้นก็นั่นสำหรับฉันนะ สูรย์ยิ้มละไม ถ้าตอนนี้เธอเป็นผู้ใหญ่...งั้นเธอก็แก่แล้วล่ะสิ
ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นซะหน่อย!! ใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นเริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วง นายมีสิทธิอะไรมาว่าฉันแบบนี้ เจ้าลูกคนสวน!
ลูกคนสวน? สูรย์คิดในใจ
เธอดูจากหน้าตาของเขาเหรอ? ดวงตากลมโตของเธอหลุบลงมามองมือของเขาซึ่งยังไม่ได้ทำความสะอาด ก่อนจะเดินตรงเข้ามา คว้าสองมือนั้นมากำไว้ สูรย์รู้สึกว่าหัวใจเขาเต้นแรงขึ้นเมื่อใบหน้าของเด็กหญิงยื่นเข้ามา จมูกน้อยๆนั่นเกือบจะชนกัน
ท่าทางจะขยันทำงานมากเลยนะ เด็กหญิงเอ่ยเสียงเขียว แต่ปนความชื่นชมนิดหน่อย แต่ไม่มีต้นแสงจันทร์ที่ไหนเขาออกดอกออกผลกันหรอกย่ะ เจ้าคนโง่
เอ๋? จริงเหรอ สูรย์มีหน้าตาเหรอหราเมื่ออโณทัยว่าเช่นนั้น แล้วจะทำยังไงให้มันออกดอกออกผลล่ะ
นายเป็นลูกคนสวนประสาอะไรเนี่ย! ไม้ดอกไม้ประดับยังไม่รู้จักอีก ต้นแสงจันทร์น่ะมีใบที่เป็นสีเหลืองนวลถึงได้เรียกอย่างนั้น แล้วมันก็อยู่ในจำพวกไม้ประดับด้วย
ฉันคิดว่ามันจะออกดอกตอนกลางคืนเสียอีก สูรย์บอกความจริง ออกดอกตอนกลางคืนจะได้แข่งกับแสงจันทร์และแสงดาวข้างบนไง
งี่เง่า อโณทัยสบถ นายใช่คนสวนจริงๆเหรอเนี่ย
สูรย์ขมวดคิ้ว เขาไม่ได้แนะนำตัวว่าเป็นลูกคนสวนสักหน่อย เธอเองต่างหากที่โมเมไปว่าอย่างนั้น แล้วจะสงสัยอะไรอีก
เปล่าหรอก
เด็กชายกล่าว ก่อนถอนมือทั้งสองออกมาเพราะเกรงว่ามือของเด็กหญิงจะเปื้อนตามไปด้วย ก่อนจะว่าอะไรต่อจากนั้นทั้งคู่ก็ได้ยินเสียงของหญิงสาวคนหนึ่งเรียกจากภายในบ้าน สูรย์เดินไปหยิบบัวรดน้ำแล้วนำไปวางไว้ที่เก็บของมัน เปิดก๊อกน้ำแล้วเช็ดมือกับผ้าให้แห้ง แล้วเดินมาสมทบอโณทัยซึ่งยืนอยู่ที่เดิม
เมื่อกี้คุณแม่เรียกชื่อนายด้วย
เธอบอกกับเขาซึ่งเขาก็พยักหน้ารับ
ทำไมคุณแม่ถึงรู้จักนาย?
สูรย์ยิ้มบาง เขาทำเหมือนกับว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ทุกคน เด็กชายเดินนำหน้าไปก่อน แล้วค่อยหันหลังกลับมา
เรามาแนะนำตัวกันใหม่นะ เด็กชายยิ้ม ฉันชื่อสูรย์ พ่อกับแม่ของฉันไม่ใช่คนสวน...แต่เป็นเจ้าของบ้านที่นี่ต่างหาก
++++
แต่งสดซิงๆค่ะ แหะๆ
ยังสอบไม่เสร็จ มาอู้แต่งเพราะคิดถึงสูรย์ >w<